
มหัศจรรย์ ครอบครัว 3 ดี ศพด.มัสยิดดารุลมุตตากีม พลิกวิถีหน้าจอ สู่สื่อสร้างสรรค์จากภูมิปัญญา
ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายของ บ้านอีนอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส แม้หลายพื้นที่จะยังเข้าไม่ถึงสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง แต่ภาพที่พบเห็นได้บ่อยกลับเป็นเด็กปฐมวัยจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟน จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พบว่าผู้ปกครองจำนวนมากเลือกใช้โทรศัพท์มือถือเป็น “ผู้ช่วยเลี้ยงลูก” เพื่อให้เด็กอยู่นิ่ง ไม่รบกวนระหว่างทำงานหรือภารกิจประจำวัน ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัยโดยไม่รู้ตัว
จุดเปลี่ยนสำคัญจึงเกิดขึ้น เมื่อ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมัสยิดดารุลมุตตากีม ชวนผู้ปกครองเปลี่ยน “พื้นที่หน้าจอ” ให้กลายเป็น “พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์” ผ่านโครงการ “กิจกรรมครอบครัว 3 ดี” โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สสส. โดย กลุ่ม wearehappy องค์กรสาธารณประโยชน์ ร่วมขับเคลื่อน
โครงการเริ่มต้นด้วยแนวคิดนิเวศสื่อสุขภาวะ ที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กร่วมไปกับการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และสิ่งแวดล้อมร้อบตัวเด็ก ด้วยแนวคิด 3 ดี (สื่อดี พื้นที่ดี ภูมิดี)
- สื่อดี ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ แต่รวมถึงกิจกรรมและตัวบุคคล เช่น ครูหรือปราชญ์ชาวบ้าน ที่จัดกระบวนการให้เด็กได้ฝึกคิดและลงมือทำ
- พื้นที่ดี คือพื้นที่สร้างสรรค์ทั้งทางกายภาพและทางความคิด โดยครูและผู้ปกครองร่วมกันออกแบบพื้นที่เล่น เช่น มุมหนังสือ หรือมุมเล่นอิสระในบ้าน
- ภูมิดี การดึงภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างทักษะชีวิต ให้เด็กมีความสุขและมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตนเอง
สื่อไม่สำเร็จรูป ของเล่นที่พ่อ แม่ทำ เด็กภูมิใจ คือ สื่อปลายเปิดที่ไม่มีกำหนดรูปแบบที่ตายตัว เปิดพื้นที่ให้เด็กคิด เล่น และจินตนาการได้อย่างอิสระ โดยใช้วัสดุใกล้ตัวในชุมชน ผู้ปกครอง ครู และเด็ก ร่วมกันประดิษฐ์ของเล่น เช่น กระปุกออมเงินจากไม้ไผ่ รถรุนจากกระป๋องนม หนังสือนิทานทำมืออย่างง่าย ตุ๊กตาโยโย่” จากเศษผ้า เมื่อผู้ปกครองมาร่วมกันผลิตสื่อสร้างสรรค์แล้ว สื่อและของเล่นที่ผลิตขึ้นถูกรวบรวมเป็น “กล่องมหัศจรรย์” ส่งมอบให้ทุกครอบครัวนำกลับไปใช้ทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้านเป็นการเพิ่มเวลาคุณภาพและลดการใช้หน้าจอ กล่องใบนี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่สิ่งของภายใน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของ “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” ที่ถูกส่งมอบไปพร้อมกัน เด็กได้เล่น ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วม และหน้าจอค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
คุณครูนูรีดา อาแวเต็ง หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ เล่าถึงกระบวนการทำงานว่า “เราไม่ได้แค่ให้ของเล่นเด็กไปเฉยๆ เท่านั้น เราชวนผู้ปกครองเด็ก มาทำด้วยกัน การทำตุ๊กตาจากเศษผ้าหรือของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ ความเรียบง่ายคือสื่อที่ดีที่สุด เมื่อเด็กๆ ได้เล่นสื่อที่พ่อ แม่ทำให้ เขาจะภูมิใจและลืมโทรศัพท์ไปเลย ครูเองก็ทำงานง่ายขึ้นเพราะเด็กมีสมาธิและอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ”
สิ่งสำคัญคือการสร้างกติก 3 ดีในครอบครัว กติกาดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่เกิดจากความสมัครใจของชุมชน และกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เช่น การไม่เล่นมือถือต่อหน้าลูก และการมาเล่นกับลูกที่ศูนย์ฯ ทุกวันศุกร์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
ดร.สรวงธร นาวาผล ผู้อำนวยการกลุ่ม wearehappy และผู้ร่วมพัฒนาแนวคิดนิเวศสื่อสุขภาวะ ให้ข้อเสนอแนะต่อครอบครัวที่ต้องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยว่า
“เด็กปฐมวัยไม่ได้ต้องการสื่อที่ดีที่สุด แต่ต้องการ ผู้ใหญ่ที่อยู่กับเขาอย่างมีคุณภาพ โทรศัพท์ไม่ใช่ศัตรู แต่หน้าจอไม่ควรเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ แนวทางง่ายๆ ที่ทุกครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้
- เปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้ห้าม’ เป็น ‘ผู้อยู่ด้วย’ แทนการห้ามเด็กใช้หน้าจอโดยเด็ดขาด ควรสร้างกิจกรรมทางเลือก เช่น การเล่นของเล่นทำมือ อ่านนิทาน หรือทำงานบ้านเล็กๆ ร่วมกัน เพื่อให้เด็กค่อยๆ ลดการพึ่งพาหน้าจออย่างเป็นธรรมชาติ
- ใช้สื่อไม่สำเร็จรูป เปิดพื้นที่จินตนาการ ของเล่นหรือสื่อปลายเปิดที่ไม่กำหนดคำตอบตายตัว จะช่วยให้เด็กคิดเอง เล่นเอง และสร้างความหมายของการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งส่งผลต่อสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ในระยะยาว
- พื้นที่เล็กๆ แต่สม่ำเสมอ สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องมีห้องเรียนหรืออุปกรณ์ราคาแพง เพียงจัดมุมหนึ่งในบ้านให้เป็นพื้นที่เล่นหรืออ่านหนังสือ และมีเวลาให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ ก็เพียงพอในการสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ดี
- ผู้ใหญ่คือสื่อที่ทรงพลังที่สุด เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ถูกสอน หากผู้ปกครองวางโทรศัพท์ พูดคุย เล่น และฟังเด็กอย่างตั้งใจ เด็กจะซึมซับรูปแบบการเรียนรู้และการสื่อสารที่ดีโดยอัตโนมัติ
- สร้างกติกาครอบครัว เพื่อความยั่งยืน การตกลงร่วมกันในครอบครัว เช่น ไม่ใช้โทรศัพท์ต่อหน้าเด็ก หรือมีช่วงเวลาเล่นร่วมกันทุกวัน จะช่วยให้การดูแลเด็กเป็นความรับผิดชอบร่วม ไม่ตกอยู่ที่ใครคนหนึ่ง
นางสาวสายใจ คงทน หัวหน้าโครงการฯ กล่าวปิดท้ายว่า”หัวใจสำคัญคือการสร้าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก3 ดี ที่ผู้ปกครองเป็นแนวร่วมสำคัญในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เมื่อเราเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ดี มีสื่อดี และใช้ภูมิดีในชุมชน เรากำลังสร้างนิเวศสื่อสุขภาวะที่ปกป้องเด็กๆ อย่างปลอดภัย นิเวศสื่อสุขภาวะไม่ได้เริ่มจากโครงการใหญ่ แต่เริ่มจากบ้านหนึ่งหลัง ผู้ปกครองในครอบครัว และเวลาสั้นๆ ที่มีคุณภาพ เป็นนิเวศที่เราสร้างด้วยตัวเอง”
