
เอ็นไอเอ ผนึก 9 เครือข่ายสหกิจศึกษา (CWIE) เดินหน้าโครงการ Innovator Journey ปี 2
ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริงภายใต้แนวคิด Green Transformation สร้าง Innovation Workforce พร้อมเตรียมขยายผลสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ 9 เครือข่ายหลักสูตรการเรียนการสอนในลักษณะร่วมผลิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ (Cooperative and Work Integrated Education; CWIE) เดินหน้าพัฒนาความสามารถด้านนวัตกรรมและระบบบริหารจัดการในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาเยาวชน (Innovator Journey) ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมและแนวคิดสีเขียวผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR 4 ขั้นตอน และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ผ่านการฝึกงานกับสถานประกอบการ ฟอร์มทีมเสมือนเป็น Innovation Unit เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านการเชื่อมโยงเครืข่ายการทำงานระหว่าง เยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการ
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนด้านนวัตกรรมหรือ Innovator Workforce เป็นหนึ่งในนโยบายที่ NIA มุ่งพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ ที่ผ่านมา NIA ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะและแนวคิดแบบนวัตกร ผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เยาวชนสามารถต่อยอดสู่โอกาสการจ้างงานหลังจากจบโครงการ 2) โครงการหรือนวัตกรรมที่เยาวชนพัฒนาจากโจทย์จริงสามารถนำไปใช้งานและต่อยอดได้ในบริษัทหรือองค์กร และ 3) การปลูกฝังแนวความคิดด้านธุรกิจและนวัตกรรมในระยะยาว ที่จะผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมได้ในอนาคต
โครงการ Innovator Journey จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมกันสร้าง Innovation Workforce ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยใช้หลักสูตรกระบวนการสร้างนวัตกรรม STEAM4INNOVATOR เสริมด้วยแนวคิดธุรกิจสีเขียว สำหรับพัฒนาองค์ความรู้และทักษะเบื้องต้นของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการให้พร้อมต่อการฝึกปฏิบัติงานจริงเสมือนเป็น Innovation Unit ในองค์กรเพื่อแก้โจทย์ด้านธุรกิจสีเขียว (Green Transformation) ในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตา โดยคาดหวังที่จะเห็นโครงการของเยาวชนที่ทำร่วมกับผู้ประกอบการถูกนำไปใช้จริง เยาวชนถูกรับเข้าทำงาน หรือมีแรงบันดาลใจในการประกอบธุรกิจนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งในปีที่ผ่านมามีหลายผลงานถูกนำไปใช้จริงในองค์กร เช่น Interactive Website เครื่องดักจับฝุ่น PM2.5 รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการเงินสีเขียว หรือเครื่องย่อยเศษอาหารภายในโรงงานให้เป็นปุ๋ยเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ต่อ และมีนักศึกษาได้เข้าทำงานในสถานประกอบการที่ตนเองฝึกงานด้วย
“สำหรับความพิเศษของโครงการ Innovator Journey ในปีนี้ นอกจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย CWIE ศูนย์หลักของแต่ละภูมิภาคทั้ง 9 แห่งแล้ว ได้มีแนวทางกระจายความร่วมมือ และเผยแพร่โครงการไปยังสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้เครือข่ายหลักของแต่ละภาคทั่วประเทศอีกด้วย โดยระยะเวลาโครงการจะถูกแบ่งเป็น 4 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 Open Stage เปิดรับสมัครเยาวชนและผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม 2569) ช่วงที่ 2Knowledge Stage เยาวชนและสถานประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมอบรมกระบวนการพัฒนานวัตกรรมผ่านหลักสูตรเข้มข้นเพื่อเตรียมความรู้และทักษะที่จำเป็นก่อนการทำงานจริง ช่วงที่ 3 Real-Experience Stage เยาวชนและบริษัทจะผ่านการจับคู่เพื่อร่วมฝึกประสบการณ์ภายใต้โจทย์การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว แต่ละทีมจะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในระหว่างการพัฒนาโครงการทั้งด้านการพัฒนาชิ้นงาน การพัฒนาแผนธุรกิจ การนำเสนอผลงาน การให้คำปรึกษา และการปรับปรุงผลงาน และยังได้เข้าร่วมรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว และช่วงที่ 4 Innovator Journey Showcase ของ 5 ผลงานต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดใช้ในองค์กรได้จริง ภายในงาน STEAM4INNOVATOR’s Day 9.9 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 2569 อย่างไรก็ตาม NIA มั่นใจว่ารูปแบบและเครือข่ายสนับสนุนของโครงการจะสามารถสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างเข้มแข็ง การทำงานร่วมกันเชิงเครือข่ายระหว่างเยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวที่สามารถนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้จริง” ดร. กริชผกา กล่าวสรุป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พร้อมพงศ์ สุกัณศีล รองผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้แทนประธานเครือข่าย CWIE ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงสีเขียวถือเป็นสิ่งจำเป็นในธุรกิจยุคนี้ นวัตกรรมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ ขณะที่การคำนึกถึงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงกระบวนการภายในองค์กรให้กรีนมากขึ้นจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน การที่โครงการ Innovator Journey มุ่งประเด็นไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อธุรกิจสีเขียว จะทำให้นักศึกษาได้รับการปลูกฝังด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่จะเป็นเทรนด์การทำงานในอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ประธานเครือข่าย CWIE ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า ความพิเศษของโครงการ Innovator Journey คือการที่นักศึกษาได้ทำงานเสมือนเป็น Innovator Unit ที่เข้าไปแก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์ไอเดียนวัตกรรมในองค์กร นักศึกษาจะได้รับโจทย์จริงจากสถานประกอบการ จากนั้นก็เริ่มหาต้นตอของปัญหา การสร้างสรรค์ไอเดียที่ตอบโจทย์และการทดลองไปใช้จริงเพื่อเก็บฟีดแบค ผ่านทั้งความสำเร็จและความท้าทายที่จะเป็นประสบการณ์สำคัญในการต่อยอดอาชีพในอนาคต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประธานเครือข่าย CWIE ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กล่าวว่า ในยุคนี้ Soft Skill ทั้งการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีม รวมทั้งทักษะนวัตกรเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการจ้างงานและการทำงานในองค์กรไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด การที่นักศึกษามีประสบการณ์จากการฝึกงานมาก่อนจะยิ่งทำให้ค้นพบตัวเองและปรับตัวกับการทำงานได้เร็วขึ้น โครงการ Innovator Journey ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของนักศึกษา การทำงานข้ามศาสตร์ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การทำงานเป็น Innovation Unit ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์และการสื่อสารนวัตกรรมออกมาให้สถานประกอบการเข้าใจเพื่อนำโครงการไปต่อยอดได้จริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ คูณศรีสุข ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประธานเครือข่าย CWIE ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กล่าวว่า สหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) มุ่งสนับสนุนให้กลุ่มนิสิต/นักศึกษาได้เรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานภายนอก (Work-based Learning) ในทุกรูปแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานจริง โครงการ Innovator Journey เสริมทักษะให้กับนักศึกษาเตรียมความพร้อมทั้งกระบวนการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจสีเขียวในช่วงก่อนและระหว่างการฝึกงาน ส่งผลให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ระหว่างการทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวในสถานประกอบการขึ้นมาได้จริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประธานเครือข่าย CWIE ภาคกลางตอนบน กล่าวว่า โครงการ Innovator Journey ตอบโจทย์การพัฒนา Innovation Workforce ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต เทรนด์การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามอง คาร์บอนเครดิตหรือรายงานความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจในปีนี้และอนาคต การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียวได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น การปลูกฝังแนวคิดการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจสีเขียวผ่านกระบวนการ STEAM4INNOVATOR และการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง ถือเป็นการปลูกฝังวิธีคิดแบบนวัตกรและเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานได้เป็นอย่างดี
ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ประธานเครือข่าย CWIE ภาคกลางตอนล่าง กล่าวว่า
การทำงานร่วมกันระหว่าง NIA กับ 9 เครือข่าย CWIE ทั่วประเทศที่ตอนนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้วนั้น เป็นโอกาสอันดีในการที่จะผนึกกำลังกันเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้พร้อมก้าวสู่โลกแห่งการทำงานจริง เป้าหมายในปีนี้คือขยายผลโครงการไปยังสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่อยู่ภายในศูนย์หลักของแต่ละภูมิภาค รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการจากทั้งสองฝั่งให้ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น
ดร.สานนท์ อนันทานนท์ รองคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้แทนเครือข่าย CWIE ภาคตะวันออก กล่าวว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการอย่างยิ่ง นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการล้วนมีความตั้งใจและมีใจรักในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ต้องการเห็นการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืน อีกทั้งการฟอร์มทีมที่สมาชิกมีความถนัดแตกต่างกัน เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมได้จริง การได้เข้าไปเจอกับโจทย์จริงในสถานประกอบการจะยิ่งผลักดันให้นักศึกษาคิดสร้างสรรค์วิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงโจทย์มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดแล้วสถานประกอบการจะได้ไอเดียใหม่ ๆ หรือเป็นตัวต้นแบบไปต่อยอดให้องค์กรอย่างแน่นอน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์ สุขสอาด รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประธานเครือข่าย CWIE ภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า ประสบการณ์ที่ดีที่สุดคือการที่นักศึกษาได้ลองใช้ความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง การฝึกงานในสถานประกอบการจึงเป็นเหมือน ‘สนามทดลอง’ ที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวและพัฒนาตนเองให้ตอบโจทย์สถานประกอบการนั้น ๆ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ค้นพบความชอบ ความถนัดและความต้องการของตนเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ประธานเครือข่าย CWIE ภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า เงื่อนไขโครงการที่ให้นักศึกษาฟอร์มทีมข้ามศาสตร์ทีมละ 3 คน ที่มีความถนัดทั้งทางด้านเทคโนโลยี บริหารธุรกิจ และการสื่อสาร เป็นการสะท้อนภาพการทำงานจริงในองค์กรที่ต้องทำงานกับคนที่มีความถนัดแตกต่างกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ การทำงานข้ามศาสตร์ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพราะนวัตกรรมต้องมีคนใช้และสามารถสร้างคุณค่าได้ ดังนั้น การสื่อสารและการวางแผนการกระจายเป็นสิ่งสำคัญ การบูรณาการข้ามศาสตร์ผ่านโครงการ Innovator Journey ไม่เพียงสร้างประสบการณ์เฉพาะด้านให้กับนักศึกษา แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมออกมาได้จริง
สำหรับงานเปิดตัวครั้งนี้ ได้มีผู้แทนภาคเอกชนและพันธมิตรเครือข่ายด้านอุตสาหกรรมเข้าร่วมงาน อาทิ ผู้แทนจากสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) บริษัท โบลด์ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท อีซี่อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ในการพัฒนาเยาวชนและขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศร่วมกัน ทั้งนี้ NIA และ 9 เครือข่ายมหาวิทยาลัยภูมิภาค CWIE ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และสถานประกอบการ ที่สนใจร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อธุรกิจสีเขียว สมัครเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ร่วมสร้างสังคมนวัตกรรมและการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Innovator Journey