
“BlueSalt+” นวัตกรรมจากนิสิตปริญญาเอก CUTIP จุฬาฯ คว้าเหรียญทองสูงสุดเกียรติยศจากเวทีนวัตกรรมโลกที่สมาพันธรัฐสวิส
นายพัศพงศ์ ชมเชย นิสิตเก่าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA Executive) และนิสิตปริญญาเอก หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (สหสาขาวิชา) หรือ CUTIP สร้างชื่อเสียงให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทาลัยบนเวทีนวัตกรรมระดับโลก The 51st International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2026 จากผลงานนวัตกรรม “BlueSalt+” (บลูซอลท์พลัส) ซึ่งเข้าร่วมการประกวดในหมวด Class Q (Paramedical, Health, Nutrition and Personal Care) สามารถคว้ารางวัลใหญ่ได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลเหรียญทองเกียรติยศสูงสุด (Gold Medal with the Congratulations of the Jury) ซึ่งเป็นการตัดสินและยกย่องอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการนานาชาติ และรางวัลประกาศเกียรติคุณพิเศษ (NRCT Honorable Mention Award) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
นายพัศพงศ์เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้ว่า เกิดจากการต่อยอดความสำเร็จของ “SmartSalt” (นวัตกรรมเครื่องปรุงรสสำหรับน้ำซุปชาบูลดโซเดียม) ที่เคยคว้ารางวัลเหรียญทองและรางวัล Special Awards จากเวที Silicon Valley ในปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพจากการบริโภคโซเดียมเกินมาตรฐานโลก (Global Health Burden) อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาด (Market Need) พบว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารไม่สามารถลดโซเดียมได้สำเร็จ คือ “Taste Trade-off” หรือการสูญเสียรสชาติความอร่อย
“เราเปลี่ยนโจทย์ใหม่ทั้งหมด แทนที่จะหาสารทดแทนความเค็มที่มักทิ้งรสขมเฝื่อน เราเลือกที่จะผสานเทคโนโลยีขั้นลึก (Deep Tech) เข้ากับศาสตร์ด้านระบบประสาทสัมผัส (Neuro-sensory) เพื่อปรับเปลี่ยนการรับรู้รสชาติของสมองมนุษย์โดยตรง” นายพัศพงศ์กล่าว
ความโดดเด่นที่ทำให้ BlueSalt+ นวัตกรรมผลึกเกลือไฮบริดแห่งอนาคต คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุดจากเวทีเจนีวา คือการผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมระดับจุลภาค (Precision Nano-engineering) เพื่อออกแบบ “ผลึกเกลือโซเดียมต่ำไฮบริด” (Hybrid Salt Crystal) รูปแบบใหม่ ที่ทำงานร่วมกับฐานทรัพยากรชีวภาพ (Bio-based Material) เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับระบบประสาทสัมผัสโดยตรง ด้วยกลไกการนำส่งรสชาติ (Targeted Flavor Delivery) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ นวัตกรรมนี้สามารถกระตุ้นการรับรู้ รสเค็มและรสอูมามิบนตัวรับรสของลิ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคยังคงสัมผัสได้ถึงรสชาติอาหารที่อร่อยกลมกล่อมตามธรรมชาติ แม้จะลดปริมาณโซเดียมลงได้สูงถึง 40-50% ก็ตาม
นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ธุรกิจ B2B และความยั่งยืนระดับสากล ในมิติของการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดย BlueSalt+ ถูกออกแบบมาให้มีความพร้อมในการขยายผลระดับอุตสาหกรรม สามารถนำไปใช้แทนเกลือทั่วไปได้ในอัตราส่วน 1:1 โดยไม่ต้องปรับสูตรอาหารเดิม ตอบโจทย์กลุ่มผลิตภัณฑ์ Clean-Label อาหารสำหรับผู้สูงอายุ และโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) นอกจากนี้ การใช้วัตถุดิบฐานชีวภาพยังช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ
ความสำเร็จระดับโลกในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และศิลปะอาหาร ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาฯ ได้แก่ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ผู้ชี้แนะแนวทางและให้คำปรึกษาในการต่อยอดงานวิจัยระดับ Deep Tech อย่างใกล้ชิด ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาและติดอาวุธด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทำให้ BlueSalt+ มี Business Model ที่แข็งแกร่ง และ ผศ.ดร.กวิน อัศวานันท์ จากหลักสูตร CUTIP ที่ช่วยบ่มเพาะวิสัยทัศน์ด้านการจัดการนวัตกรรมอย่างรอบด้าน รวมทั้งบริษัท อินโนโซลเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ช่วยสนับสนุนด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปกป้องเทคโนโลยีและผลักดันผลงานของนักนวัตกรไทยออกสู่ตลาดสากลได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน”
นอกจากนี้ นวัตกรรมทางอาหารยังมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในแง่ของความเข้าใจในสุนทรียศาสตร์ของรสชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากเชฟแดเนียล ดุสิต โพธิประสิทธิ์ เชฟอาหารฝรั่งเศสจากสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และผู้ประกอบการร้านอาหาร VINE HAPPEN ที่มาร่วมออกแบบและทดสอบมิติของรสชาติ ทำให้ BlueSalt+ เป็นนวัตกรรมที่ไม่ได้มีดีแค่ตัวเลขในห้องแล็บ แต่ยังมอบรสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมระดับ Fine Dining ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
นายพัศพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความตั้งใจสูงสุดของการเดินทางมาร่วมแข่งขันบนเวทีโลกในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเป้าหมายในการคว้าเหรียญทอง แต่คือการท้าทายและก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เพื่อพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์ที่สุด ผมเชื่อมั่นว่านวัตกรรมที่ดีไม่ได้วัดคุณค่าแค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถยกระดับคุณค่าชีวิตของผู้คน และเป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ไขปัญหาจริงของสังคมได้อย่างยั่งยืน ขอขอบคุณหลักสูตร CUTIP และ หลักสูตร MBA จุฬาฯ ที่เป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ ทั้งในการบ่มเพาะวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรม และการติดอาวุธด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ จนทำให้ BlueSalt+ สามารถเปลี่ยนแนวคิดเชิงวิจัย ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลกและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง”