สอวช. จับมือ สทน. เปิดระดมความเห็น “ร่างสมุดปกขาว SMR” ปักหมุดดันเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ปั้นไทยสู่ผู้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์สะอาดแห่งภูมิภาค

สอวช. จับมือ สทน. เปิดระดมความเห็น “ร่างสมุดปกขาว SMR” ปักหมุดดันเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ปั้นไทยสู่ผู้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์สะอาดแห่งภูมิภาค

มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างสมุดปกขาว เรื่อง “การศึกษาเชิงนโยบายด้านเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) และความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย” ณ ห้องประชุมหว้ากอ 1 และ 2 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 สอวช. โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดการสัมมนา

ดร.สุรชัย กล่าวว่า สอวช. มีบทบาทสำคัญในการทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และเสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ก่อนตัดสินใจนำนโยบายไปขับเคลื่อนจริงในระดับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา สอวช. เคยได้นำเสนอประเด็นเรื่อง SMR ให้กับที่ประชุมสภานโยบาย โดยได้เน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเทศต้องศึกษาและเตรียมความพร้อม ให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภายนอกในเรื่องพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ปัจจุบันต้องการเทคโนโลยีที่ปล่อยคาร์บอนต่ำเข้ามาช่วย โดยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ 2050 ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการพิจารณาเทคโนโลยีพลังงานคาร์บอนต่ำรูปแบบใหม่ที่มีศักยภาพในระยะยาว ซึ่ง SMR ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ มีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง สามารถสนับสนุนการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้า และอาจมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต

“การที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ต้องมีเอกสารข้อมูลที่มีความเป็นวิชาการ เป็นกลางและถูกต้อง การริเริ่มจัดทำสมุดปกขาวฯ จึงถือเป็นความตั้งใจในการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันการสัมมนานี้จะไม่ใช่การแลกเปลี่ยนความเห็นในเชิงงานวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมองถึงการนำข้อมูลไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับรัฐบาลต่อไปด้วย” ดร.สุรชัย กล่าว
ภายในงานสัมมนาได้มีการนำเสนอสาระสำคัญและข้อเสนอเชิงนโยบายของร่างสมุดปกขาวฯ โดย ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สอวช. และ ดร.กนกรัชต์ ตียพันธ์ ผู้จัดการศูนย์วิศวกรรมและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน. ที่ได้เผยให้เห็นเนื้อหาภาพรวมของสมุดปกขาวฯ แต่ละส่วน ได้แก่ 1.ปัจจัยที่ทำให้เทคโนโลยี SMRs เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในแง่ความท้าทายด้านพลังงาน ที่มีความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ และการตอบสนองต่อเป้าหมาย Net Zero ที่เห็นได้จากแนวโน้มการขยายตัวของพลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลก เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว 2.สถานการณ์และทิศทางเทคโนโลยี ฉายภาพให้เห็นตั้งแต่วิวัฒนาการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สถานะความพร้อมของเทคโนโลยี SMRs ในไทยและต่างประเทศ รวมถึงบทเรียนการพัฒนา SMRs ในต่างประเทศ 3.กระบวนการวิเคราะห์และจัดลำดับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ได้มีการวางแนวทางการดำเนินงานและเป้าหมายการติดตั้ง SMRs ของไทย ประเมินความพร้อมของประเทศ และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของไทย ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ ความปลอดภัยและกฎหมาย 4.การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทย ด้วยระบบนิเวศ อววน. นำเสนอถึงภาพรวมการพัฒนากำลังคน วิจัยและนวัตกรรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีและโครงสร้างสนับสนุน สร้างศักยภาพอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานให้เกิดการลงทุนและมูลค่าเพิ่มในประเทศ และความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อเร่งถ่ายทอดความรู้และยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และ 5.แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยี SMRs ในประเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินการ การเสริมสร้างกฎหมาย กำกับดูแล และความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการที่ไทยมีพลังงานที่มั่นคงและเชื่อถือได้ สนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของสังคม และพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการสัมมนายังได้มีการชี้แจงแนวทางและประเด็นการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ความจำเป็นและบริบทของ SMR ในประเทศไทย 2.ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน 3.ประเด็นด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย 4.ประเด็นด้านการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับ SMRs และ 5. Roadmap และกลไกการขับเคลื่อนในประเทศไทย โดยได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลเทคโนโลยีเป็นไปอย่างเป็นกลางและสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน โดยตระหนักว่าเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันอาจเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของตลาดและอุตสาหกรรมในอนาคต และมีข้อเสนอให้พิจารณาศักยภาพของอุตสาหกรรมภายในประเทศในการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ นอกจากนี้ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมได้สะท้อนถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด และพลังงานคาร์บอนต่ำของผู้ประกอบการและคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยในอนาคต พร้อมเสนอให้พิจารณาทางเลือกเทคโนโลยีนิวเคลียร์หลายรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประเทศ
ที่ประชุมยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ โดยเฉพาะในกรณีของเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ยังมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนจำกัด รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการดำเนินงานในทุกระยะของโครงการ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำคือการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ซึ่งถือเป็นปัจจัยความสำเร็จสำคัญของการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ในประเทศไทย โดยเสนอให้มีการดำเนินงานด้านการสื่อสารสาธารณะ และการเสริมสร้างความรู้ในทุกระดับอย่างเป็นระบบ พร้อมศึกษาและทำความเข้าใจประเด็นข้อกังวลของสังคมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมจะถูกรวบรวมเพื่อนำประเด็นสำคัญ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นไปปรับปรุงร่างสมุดปกขาวฯ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนเผยแพร่ต่อไป

Tags :

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ