จุฬาฯ เปิดรับนักเรียนโครงการจุฬาฯ – ชนบทปีการศึกษา 2569 เปิดโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม

จุฬาฯ เปิดรับนักเรียนโครงการจุฬาฯ – ชนบทปีการศึกษา 2569 เปิดโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดโครงการรับนักเรียนจากชนบทเข้าศึกษา (โครงการจุฬาฯ – ชนบท) ปีการศึกษา 2569 รอบที่ 2 โควตา (Quota) รับสมัครระหว่างวันที่ 7 – 12 มีนาคม 2569

รศ.ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์จุฬาฯ – ชนบท เปิดเผยว่า “โครงการ จุฬาฯ – ชนบทมีวัตถุประสงค์เพื่อรับนิสิตเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม โดยรับนิสิตรุ่นแรกเมื่อปีพ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบันมีนิสิตทั้งหมด 44 รุ่น รวมกว่า 5,000 คน โครงการจุฬาฯ – ชนบทรุ่นแรก ๆ รับแต่นิสิตสายแพทย์เท่านั้น เช่น คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ โดยต้องการให้บัณฑิตที่จบการศึกษากลับไปทำงานที่ภูมิลำเนาเพื่อพัฒนาชนบท ปัจจุบันมีการเพิ่มจำนวนและพื้นที่ในการรับนิสิตในโครงการจุฬาฯ – ชนบทให้มากขึ้น โดยในปีการศึกษา 2569 จุฬาฯ รับนิสิตในโครงการจุฬาฯ – ชนบทจำนวน 172 คน”

นักเรียน 3 กลุ่มเข้าโครงการจุฬาฯ – ชนบทปีนี้

ปีการศึกษา 2569 โครงการจุฬาฯ – ชนบทเปิดรับนักเรียนทั้งหมด 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. โครงการรับนักเรียนจากชนบทเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เข้าสมัครต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีการศึกษา 2568 ต้องมีภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านและโรงเรียนจะต้องอยู่ในเขตจังหวัดตามที่กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันนับจนถึงวันสมัคร โดยกำหนดเขตพื้นที่ปฏิบัติงานโครงการจุฬาฯ – ชนบทเป็นจังหวัดต่างๆ ดังนี้

    1.1 เขตพื้นที่ปกติ
    เขตภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อุทัยธานี และพระนครศรีอยุธยา
    เขตภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน
    เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
    เขตภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว
    1.2 เขตพื้นที่พิเศษ
    จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีขั้นสูง
    1.3 คณะที่เปิดรับสมัคร จำนวน 15 คณะ โดยกำหนดให้เลือกสมัครได้เพียงหนึ่งคณะดังนี้
    คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนรับ 5 คน คณะอักษรศาสตร์ จำนวนรับ 4 คน คณะวิทยาศาสตร์ จำนวนรับ 20 คน คณะรัฐศาสตร์ จำนวนรับ 14 คน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จำนวนรับ 6 คน คณะครุศาสตร์ จำนวนรับ 10 คน คณะนิเทศศาสตร์ จำนวนรับ 8 คน คณะเศรษฐศาสตร์ จำนวนรับ 10 คน คณะสัตวแพทยศาสตร์ จำนวนรับ 10 คน (โดยเมื่อศึกษาชั้นปีที่ 6 จะต้องเรียนกลุ่มวิชาฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารเท่านั้น) คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม จำนวนรับ 10 คน คณะนิติศาสตร์ จำนวนรับ 10 คน คณะสหเวชศาสตร์ จำนวนรับ 30 คน คณะจิตวิทยา จำนวนรับ 5 คน คณะวิทยาศาสตร์ทางกีฬา จำนวนรับ 10 คน สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จำนวนรับ 10 คน ทั้งนี้โครงการจุฬาฯ – ชนบทให้ทุนการศึกษาจำนวน 162 ทุน

  2. โครงการจุฬาฯ – ชนบทโรงเรียนปอเนาะพิเศษฯ
    ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านและศึกษาอยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันจนถึงวันสมัคร และกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) ในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในปีการศึกษา 2569 เปิดรับสมัคร 2 คณะ จำนวน 8 ทุน ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จำนวนรับ 5 คน และคณะรัฐศาสตร์ จำนวนรับ 3 คน
  3. โครงการจุฬาฯ – ชนบท (โครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่าทันตแพทย์จุฬาฯ – ชนบทโดยความเห็นชอบจากกระทรวงสาธารณสุข) ผู้สมัครต้องมีสำเนาทะเบียนบ้านและศึกษาอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐหรือโรงเรียนที่คณะกรรมการดำเนินการรับนักเรียนจากชนบทเพื่อเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โครงการจุฬาฯ – ชนบท) เห็นควร โดยทั้งภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านและโรงเรียนจะต้องอยู่ในเขตจังหวัดตามที่กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันนับจนถึงวันสมัคร โดยกำหนดเขตพื้นที่ปฏิบัติงานโครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่าทันตแพทย์จุฬาฯ – ชนบท (ทันตแพทย์เพื่อพื้นที่ขาดแคลนซ้ำซากฯ) ดังนี้ เขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดตาก จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดตรัง และมีเขตพื้นที่จังหวัดสำรองคือ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดตราด โดยในปีการศึกษา 2569 คณะที่เปิดรับเข้าศึกษาคือคณะทันตแพทยศาสตร์ จำนวน 2 คน โดยกำหนดจำนวนรับจังหวัดละ 1 คน

ทั้งนี้ รศ.ดร.สรรเพชญ เน้นย้ำว่า “การสมัครเป็นไปตามระบบ TCAS ปกติ ผู้สนใจต้องสมัครออนไลน์ผ่านศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ เกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป และต้องมีหลักฐานว่าอยู่ในโรงเรียนภูมิลำเนาอย่างน้อย 2 ปี”

โครงการสำหรับนิสิตที่เรียนดีและฐานะยากจน

รศ.ดร.สรรเพชญกล่าวว่า หลังจากนักเรียนสมัครเข้าโครงการฯ แล้ว นักเรียนต้องสอบวิชาต่าง ๆ คือ TGAT, TPAT และ A-Level ตามแต่ละคณะกำหนด หากผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำแล้วจะเข้าสู่การพิจารณาในเรื่องความจำเป็นของครอบครัวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา โครงการจะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมที่บ้านของนักเรียนทุกหลังเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

“การให้ทุนมี 2 ประเภท คือ ทุน ก (ทุนเต็มจำนวน) ให้ความช่วยเหลือเกือบทุกอย่าง เช่น ค่าเทอม ค่ารายเดือน ค่าเครื่องแต่งกาย และค่าอุปกรณ์การเรียน โดยให้ค่าใช้จ่ายรายเดือน ๆ ละ 5,000 บาท เป็นจำนวน 10 เดือน (ในช่วงเปิดเทอม) และทุน ข ช่วยเหลือเฉพาะค่าเทอมเท่านั้น”

จุดเด่นของนิสิตโครงการจุฬาฯ – ชนบท

รศ.ดร.สรรเพชญ เผยว่านิสิตในโครงการจุฬาฯ – ชนบทมีบุคลิกที่เรียบง่าย อดทนและประหยัด ส่วนใหญ่อยู่หอพักด้วยกันตลอด 4 ปี ทำให้รู้จักและสนิทสนมกันมาก ก่อนเปิดเทอม นิสิตใหม่ทุกคนจะต้องเข้าร่วมเข้าแคมป์ 10 วัน เพื่อแนะนำการใช้ชีวิตในเมือง ศึกษาพื้นที่จุฬาฯ รวมถึงมีการติววิชาการเสริมให้ด้วย

“เมื่อนิสิตสำเร็จการศึกษาแล้ว เงื่อนไขในการกลับไปใช้ทุนหรือกลับไปภูมิลำเนาจะบังคับใช้เฉพาะสายแพทย์ซึ่งมีข้อตกลงว่าต้องกลับไปใช้ทุน 2 ปี เพื่อพัฒนาพื้นที่ชนบทตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของโครงการ แต่เงื่อนไขนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับคณะอื่น อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีข้อบังคับ บางส่วนก็เลือกกลับไปช่วยเหลือภูมิลำเนา”

รศ.ดร.สรรเพชญกล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับน้อง ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดในพื้นที่ชนบท หากเชื่อว่าตนเองรักการเรียน มีความสามารถ แต่ขาดโอกาส ไม่ต้องท้อแท้ โครงการจุฬาฯ – ชนบทเติมเต็มช่องว่างให้กับคนที่มีความสามารถแต่ขาดโอกาสทางการเงิน ปัจจัยที่ทำให้ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกคือ คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพราะโครงการฯ รับนิสิตจำนวนจำกัดและต้องการผู้ที่สามารถเรียนจนจบได้ ถ้าผู้สมัครยากจนจริงและมีคะแนนสูงกว่าคนอื่นก็จะมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นนิสิตในโครงการนี้” รศ.ดร.สรรเพชญ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลการรับสมัครโครงการรับนักเรียนจากชนบทเข้าศึกษา (โครงการจุฬาฯ – ชนบท) ปีการศึกษา 2569

https://admission.chula.ac.th/upload/adm_announce/file_324_2_4807.pdf

https://admission.chula.ac.th/upload/adm_announce/file_325_1_0759.pdf

https://admission.chula.ac.th/upload/adm_announce/file_326_1_0951.pdf?fbclid=IwRlRTSAN9ir5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEexXmC1ojU82CuaIBvrtKKtGUluC_oeTC52j09UWv5h8c6qWZBWmVbf2v1AOE_aem_yUYAgpw7K-m1k0eYEusK0A

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ