
Lau Yee Wa จากฮ่องกง ผงาดคว้า Grand Prize ‘ชมนาดอินเตอร์ 2026’ ชูผลงาน ‘Tongueless’ สะท้อนพลังวรรณกรรมสตรีระดับสากล
ในโลกของวรรณกรรม บางเรื่องเล่าอาจถูกซ่อนไว้ แต่รางวัลชมนาดในปีนี้เลือกที่จะเปิดพื้นที่นั้นให้กว้างกว่าที่เคย ด้วยการขยับสถานะจากระดับชาติสู่ระดับสากล ภายใต้ชื่อ Chommanard International Women’s Literary Award 2026 จากความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ความพิเศษของปีนี้คือการขยายพรมแดนไปไกลถึง 13 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน เพื่อค้นหา ‘หัวใจ’ ของผู้หญิงที่สะท้อนผ่านหน้ากระดาษ พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ
จากผลงานกว่า 70 เรื่องที่ส่งเข้ามาจากทั่วภูมิภาค คณะกรรมการได้กลั่นกรองจนเหลือเพียง 8 ผลงานคุณภาพ ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ซึ่งแต่ละเล่มล้วนแบกรับเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน ได้แก่
1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย)
2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม)
3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย)
4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง)
5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโดนีเซีย)
6. The Mountains Sing โดย Nguyen Phan Que Mai (เวียดนาม)
7. Taiwan Travelogue โดย Yang Shuang Zi (ไต้หวัน)
8. The Age of Goodbyes โดย Li Zi Shu (มาเลเซีย)
ก่อนจะถึงค่ำคืนสำคัญ เหล่านักเขียนทั้ง 8 ท่าน ได้มีโอกาสเดินทางย้อนเวลาผ่านทริป ‘One Day Trip to Ayutthaya’ เพื่อสัมผัสมรดกโลกและรากเหง้าของไทย ก่อนจะกลับมาสำรวจชีพจรการอ่านในกรุงเทพฯ กับกิจกรรม ‘Media & Publishing Tour’ เพื่อสัมผัสระบบนิเวศสื่อและการพิมพ์ของไทย กิจกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการหล่อหลอมบริบททางวัฒนธรรมให้นักเขียนแต่ละคนได้ทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมวรรณกรรมไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
‘Lau Yee Wa’ นักเขียนฮ่องกง ผงาดคว้ารางวัล Grand Prize ชมนาดอินเตอร์ 2026
บทสรุปแห่งความภาคภูมิใจถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในค่ำคืนวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ งานกาล่า ‘Elite Plus Magazine 12th Anniversary Gala Celebration’ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), อาทร เตชะธาดา ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Elite Plus และ ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท อีลิท ครีเอทีฟ จำกัด พร้อมด้วยเหล่าคนดังในแวดวงวรรณกรรม และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ที่พร้อมใจกันมาร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวที่ยิ่งใหญ่ของรางวัลชมนาดปีนี้
และวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อชื่อของ Lau Yee Wa นักเขียนจากฮ่องกง ถูกประกาศในฐานะผู้คว้ารางวัลสูงสุด Grand Prize Award Winner จากผลงานเรื่อง ‘Tongueless’ นวนิยายที่สั่นสะเทือนความรู้สึกผ่านเรื่องราวการดิ้นรนในระบบการศึกษา
ถ้อยแถลงจากใจ เสียงที่ก้าวข้ามกำแพงภาษา
เมื่อขึ้นรับรางวัลบนเวที Lau Yee Wa ได้ถ่ายทอดความรู้สึกและแง่คิดอันลึกซึ้งผ่านถ้อยแถลงที่ทำให้ทั้งหอประชุมต้องหยุดฟัง เธอกล่าวว่า จากส่วนลึกของหัวใจ ฉันขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของฉันอย่างมาก เมื่อตอนที่ฉันตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ที่ฮ่องกงในปี 2019 ฉันไม่เคยคิดฝันเลยว่ามันจะได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ตุรกี และที่สำคัญที่สุดคือ ภาษาไทย
“มีนักข่าวเคยถามฉันว่า หนังสือเล่มนี้จะแปลเป็นภาษาอื่นได้จริงหรือ ในเมื่อเนื้อหามีการใช้ภาษากวางตุ้งเยอะมากและมีบริบทที่เป็นท้องถิ่นฮ่องกงจ๋าขนาดนี้ ในตอนนั้นฉันตอบไปว่า ‘ไม่น่าได้’ ฉันคิดว่ามันคงอ่านกันแค่ในฮ่องกงเท่านั้น แต่โชคดีเหลือเกินที่วันนี้มันถูกส่งต่อผ่านงานแปล จนทำให้ฉันได้มายืนอยู่บนเวทีนี้เพื่อรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ประเทศไทย ฉันขอขอบคุณคณะกรรมการรางวัลชมนาด คณะกรรมการตัดสินทุกท่าน และประเทศไทยจากใจจริง”
เธอยังได้ขยายความถึงความหมายเบื้องหลังผลงานที่เชื่อมโยงกับสันติภาพว่า เมื่อคณะกรรมการแจ้งหัวข้อสปีชในวันนี้คือ ‘Deschooling Society for Global Peace’ (การถอดถอนความเป็นโรงเรียนเพื่อสันติภาพโลก) ฉันยอมรับว่าตกใจ เพราะตอนที่เขียนนวนิยายเรื่องนี้ ฉันไม่ได้นึกถึงสันติภาพโลกเลย สิ่งเดียวในใจของฉันคือ ‘ฮ่องกง’ แต่เมื่อฉันได้ใคร่ครวญถึงหัวข้อนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันจึงพบความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างฮ่องกงกับโลกใบนี้ในแง่มุมของการ ‘ถอดถอนความเป็นโรงเรียน’
“ฉันไม่ได้ตั้งใจเขียนนวนิยายการเมือง ฉันเพียงแค่อยากเล่าเรื่องราวของครูสอนภาษาจีนธรรมดาๆ สองคน ที่ต้องดิ้นรนอยู่ในระบบการศึกษาที่เน้นแต่การสอบและการแข่งขัน จนหลงลืมความงดงามของภาษาและตัวตนของตัวเองไป
“ในเรื่อง ‘Tongueless’ ฉันไม่ได้ใช้ภาษาที่เป็นทางการหรือปลอบประโลมใจ แต่ฉันเลือกที่จะปล่อยให้ความเจ็บปวด ความทนทุกข์ การขัดขืนอย่างเงียบเชียบ และความต้องการที่จะมีสิทธิ์เลือก ได้ส่งเสียงออกมาในรูปแบบที่ดิบและจริงที่สุด ซึ่งนั่นทำให้ฉันได้ค้นพบ ‘เสียง’ ของตัวเองอีกครั้ง และฉันหวังว่าผู้อ่านทุกคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ จะเริ่มได้ยินเสียงของตัวเองเช่นกัน”
บทเรียนสู่โลก 5 แนวทาง เพื่ออิสรภาพทางความคิด
นอกจากสปีชที่กินใจ Lau Yee Wa ยังได้ฝากแง่คิดเรื่องการ ‘ถอดถอนความเป็นโรงเรียน’ (Deschooling) เพื่อคืนอิสรภาพให้กับการเรียนรู้และตัวตนของมนุษย์ ผ่านแนวทาง 5 ข้อที่นำไปปรับใช้ได้จริง
1. เมื่อพบเด็กที่เหนื่อยล้าจากการสอบ จงถามตัวเองว่านี่คือการศึกษาหรือแค่การกะเกณฑ์ ปล่อยให้พวกเขาได้เล่นและมีความมหัศจรรย์ในวัยเยาว์บ้าง
2. เมื่อพบว่าตนเองใช้แต่ถ้อยคำที่ ‘ได้รับอนุมัติ’ ลองหยุดคิดว่าคุณยังมีสิทธิ์เลือกไหม และจงกล้าใช้เสียงที่แท้จริงแสดงตัวตนออกมา
3. เมื่อฟังผู้อื่น จงฟังเพื่อเรียนรู้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ใช่เพื่อจ้องจะแก้ไขเขา
4. เมื่อเผชิญกับมาตรฐานเดียวกันไปหมด จงจำไว้ว่าเรามี ‘ทางเลือกอื่น’ เสมอ และควรสนับสนุนนโยบายที่ขยายขอบเขตของเสรีภาพ
5. การหยุดให้สถาบันผูกขาดความรู้ ดึงการศึกษากลับคืนสู่ชีวิตจริงที่ยุ่งเหยิงแต่มีความสุข และเปิดรับทุกเสียงที่เปล่งออกมา
“ฉันยินดีที่จะอุทิศชีวิตที่เหลือในฐานะนักเขียน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติเงียบในครั้งนี้” เธอกล่าวทิ้งท้ายท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ปิดฉากค่ำคืนแห่งการประกาศเกียรติคุณ Chommanard International Women’s Literary Award 2026 ที่ตอกย้ำว่า พลังแห่งวรรณกรรมสตรีคือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน



